การเสิร์ฟวอลเลย์บอลไม่ได้เป็นแค่เพียงการเริ่มเกม แต่มันคือการควบคุมเกม เพราะนอกจากจะไม่ต้องรอจังหวะเซ็ตจากทีม ไม่ต้องกังวลการโต้ตอบของฝ่ายตรงข้าม จนกว่าลูกจะข้ามตาข่ายไปอีกฝั่ง การเสิร์ฟจึงเป็นเหมือนสเต็ปแรก ที่ช่วยทำลายจังหวะรุกของฝ่ายคู่แข่งได้ และยังเพิ่มโอกาสที่ทีมจะได้แต้มมากขึ้นด้วย
บทความนี้จะพาไปดูรูปแบบการเสิร์ฟวอลเลย์บอลแบบต่างๆ ที่ใช้กันในหมู่นักกีฬามืออาชีพ หรือผู้เล่นมือใหม่ พร้อมกับแนะนำเทคนิคการฝึกที่ช่วยให้เสิร์ฟรุนแรง และแม่นยำขึ้นอีกด้วย
ทำไมการเสิร์ฟวอลเลย์บอลถึงสำคัญ
การเสิร์ฟวอลเลย์บอล 1 ครั้งในกติกาวอลเลย์บอลสมัยใหม่ มีค่าเท่ากับ 1 คะแนน และถ้าหากเริ่มด้วยการเสิร์ฟที่ไม่ดีจะหมายความว่ายื่นคะแนนให้คู่แข่งไปแบบฟรี ๆ แต่ถ้าหากการเสิร์ฟมีความแม่นยำและดุดันจะช่วยให้มีโอกาสได้คะแนนจากการทำเอซ และยังทำให้คู่แข่งสามารถรับบอลได้ยากขึ้น ที่ส่งผลโดยตรงกับเกมรุกกลับมาได้ยากขึ้น
รูปแบบการเสิร์ฟวอลเลย์บอล
จุดเริ่มต้นของการเลือกรูปแบบการเสิร์ฟวอลเลย์บอล ผู้เล่นควรคำนึงถึงสรีระ ทักษะ และความถนัดของตัวเองเพื่อหารูปแบบที่เหมาะกับตัวเองมากที่สุด การเสิร์ฟวอลเลย์บอลหลัก ๆ เช่น
การเสิร์ฟมือล่าง (Underhand Serve)
ท่าเสิร์ฟพื้นฐานที่ดีที่สุดสำหรับผู้เล่นทุกระดับ โดยเฉพาะผู้เล่นมือใหม่ เพราะใช้แรงน้อย สามารถควบคุมทิศทางการเสิร์ฟได้ง่ายที่สุด ลดโอกาสเสิร์ฟติดตาข่าย หรือลูกกระเด็นออกนอกเส้น
เทคนิคการเสิร์ฟมือล่าง
- ควรถือบอลแขนเหยียดตึง และควรให้อยู่ระดับเท่า หรือต่ำกว่าเอวเล็กน้อย
- ยืนหันหน้าเข้าเน็ต ก้าวเท้าข้างที่ไม่ถนัดไปข้างหน้า และย่อเข่าเล็กน้อย
- ไม่ควรโยนลูกบอลสูงจนเกินไป ใช้สันมือ หรือกำหมัดตีตรงกลางของด้านล่างลูกบอล
- ถ่ายน้ำหนักตัวจากเท้าหลังไปข้างหน้า และเหวี่ยงแขนไปทางที่ต้องการให้ลูกบอลตามไป
การเสิร์ฟมือบน (Overhand Serve)
ท่าเสิร์ฟวอลเลย์บอลที่ต้องใช้ประสบการณ์มากขึ้น เปลี่ยนมาใช้มือบนในการเสิร์ฟ ที่จะทำให้ลูกบอลส่ายข้ามเน็ตไป มุดลงกะทันหัน ทำให้ผู้รับ คาดเดาทิศทาง และกะจังหวะได้ยาก นิยมใช้ตั้งแต่ผู้เล่นระดับสมัครเล่น ไปจนถึงมืออาชีพ
เทคนิคการเสิร์ฟมือบน
- ควรโยนบอลเหนือศีรษะพอประมาณ ไม่ควรโยนบอลสูงมากเกินไป เพราะทำให้ควบคุมจุดที่ต้องการให้บอลไปตกได้ยากขึ้น
- ง้างแขนดึงศอกไปด้านหลัง เกร็งข้อมือ และใช้ฝ่ามือตีไปที่จุดกึ่งกลางของลูกบอล
- หากมือตีลูกแล้ว หากต้องการให้ลูกส่ายข้ามเน็ต ไม่ควรเหวี่ยงแขนตามลูก

ที่มา: VolleyballXL – “Serving volleyball”
การกระโดดเสิร์ฟ (Jump Serve)
ถือเป็นหนึ่งในการเสิร์ฟวอลเลย์บอลที่ดุดันมากที่สุด อาศัยกล้ามเนื้อ และประสบการณ์ในการกะจังหวะในการเสิร์ฟ ที่จะทำให้บอลจะกระเด็น ไปอย่างรุนแรง และรวดเร็ว จนคู่แข่งตั้งรับได้ยาก
เทคนิคการกระโดดเสิร์ฟ
- ส่งแรงจากการพับตัวในอากาศ พร้อมกับเหวี่ยงแขนสุดสวิง
- โยนบอลให้สูง และลอยไปข้างหน้า เพื่อสร้างพื้นที่ในการวิ่ง และจังหวะกระโดดเข้าเสิร์ฟลูก
- ตวัดข้อมือ หลังมือแตะลูกบอลช่วยส่งแรงให้ลูกบอลปั่นไปข้างหน้าเร็วขึ้น
การกระโดดเสิร์ฟลูกลอย (Jump Float Serve)
การเสิร์ฟวอลเลย์บอลเพิ่มการกระโดดเข้ามา เพื่อช่วยให้จุดตบสูง และอยู่ใกล้เน็ตมากขึ้น บอลข้ามไปอีกฝั่ง และพุ่งลงพื้นเร็วขึ้น มีมุมกดที่ทำให้รับยาก
เทคนิคการกระโดดเสิร์ฟลูกลอย
- ควรยืนจากเส้นหลังของสนาม 2 ถึง 3 ก้าว และโยนบอลไปข้างหน้า
- ใช้สเต็ปเท้า เช่น ซ้าย ขวา ซ้าย สำหรับผู้เล่นที่ถนัดขวา เพื่อกระโดดขึ้นเสิร์ฟบอล
- เกร็งข้อมือ และตีกลางลูก
การเสิร์ฟหยอด (Short Serve)
นอกจากการเสิร์ฟที่ใช้กำลังแล้ว ยังมีการเสิร์ฟวอลเลย์บอลที่ใช้หลอกล่อ และทำลายจังหวะเกมของคู่แข่งฝั่งตรงข้ามได้อีกด้วย
เทคนิคการเสิร์ฟหยอด
- ใช้หลอกหลังจากการเสิร์ฟที่รุนแรง และพุ่งลึกไปหลังคอร์ตบ่อย ๆ ทำให้ผู้เล่นฝั่งตรงข้ามจับทางไม่ได้
- ทำท่าเหมือนตีลูกหนัก แต่พอจังหวะที่ต้องตีลูกจริง ๆ ตีเบา ๆ แทนพอแค่ให้ข้ามตาข่ายไปตกหลังเส้น 3 เมตร
เคล็ดลับการฝึกเสิร์ฟวอลเลย์บอล
เพียงแค่มีแรงเยอะ ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถเสิร์ฟวอลเลย์บอลได้ดี การฝึกฝนและเคล็ดลับที่ดีจะช่วยให้ผู้เล่นสามารถเสิร์ฟได้ดีขึ้นจริง
- การโยนบอลก่อนเสิร์ฟสำคัญมาก ถ้าโยนต่ำไป สูงไป ไปทางขวา หรือทางซ้ายมากเกินไป จะต้องใช้ความพยายามในการตีลูกมากขึ้น และขาดความแม่นยำ ผู้เล่นควรฝึกโยนบอลซ้ำ ๆ โดยไม่ต้องตี ให้บอลตกลงมาตรงหน้าไหล่ข้างที่ถนัด จนกล้ามเนื้อสามารถจำน้ำหนักได้
- สายตาโฟกัสที่ลูกบอลเสมอ ผู้เล่นหลายคนอาจมองไปทางตาข่าย หรือมองไปฝั่งตรงข้ามที่อยากให้บอลตกไป ทำให้ตีไม่โดนกลางลูกบอล และทำให้ลูกบอลที่เสิร์ฟออกเส้น หรือติดเน็ตได้
- เน้นเสิร์ฟจี้ไปที่ผู้เล่นฝั่งตรงข้าม ที่สังเกตไว้แล้วว่ารับบอลแรกไม่ดี เพิ่งโดนเปลี่ยนตัวลงมาใหม่ๆ หรือเคลื่อนที่ช้า จะช่วยสร้างความกดดันในเกมรุกของฝั่งคู่แข่ง
- สร้างรูทีนฝึกซ้อมก่อนเสิร์ฟจริง ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอน หรือท่าทางเดิม ๆ ที่ทำก่อนเสิร์ฟ ไม่ว่าจะเป็นการเคาะบอล หรือหายใจลึก ๆ เพื่อช่วยลดความตื่นเต้น ทำให้โฟกัส และมีสมาธิมากขึ้น
สรุปส่งท้าย
ไม่ว่าผู้เล่นจะเลือกการเสิร์ฟวอลเลย์บอลแบบไหน สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือความสม่ำเสมอในการโยนบอลก่อนเสิร์ฟแต่ละครั้ง ไม่ว่าจะเป็นทั้งตำแหน่ง หรือความสูงที่พอดีกับช่วงแขนของผู้เล่นแต่ละคน จะทำให้จังหวะการตีเสิร์ฟสามารถข้ามฝั่งตาข่ายไปได้อย่างสวยงาม การเสิร์ฟวอลเลย์บอลต้องอาศัยการฝึกซ้ำๆ ควรลงสนามไปฝึกซ้อมเสิร์ฟบ่อย ๆ จะช่วยลดความตื่นเต้น และช่วยกล้ามเนื้อจำจังหวะที่เหมาะกับการเสิร์ฟทุกครั้ง

