วิธีตบวอลเลย์บอลให้แม่นและแรง ตั้งแต่การเข้าตบจนถึงการลงพื้น

ภาพประกอบลำดับการตบวอลเลย์บอลของนักกีฬาหญิง ตั้งแต่การวิ่งเข้าตบ กระโดด ตีลูกเหนือศีรษะ ไปจนถึงการลงพื้นด้วยเข่าที่งอ

การตบเป็นทักษะโจมตีที่สำคัญที่สุดสำหรับการทำคะแนนในกีฬาวอลเลย์บอล บทความนี้จะอธิบายวิธีตบวอลเลย์บอลอย่างถูกหลักทีละขั้นตอน ตั้งแต่การวิ่งเข้าตบ จังหวะกระโดด การเหวี่ยงแขนตบ ไปจนถึงการลงพื้นอย่างปลอดภัย พร้อมเทคนิคที่ช่วยให้ตบได้ทั้งแม่นและแรงสำหรับผู้เริ่มต้น

目次

การตบวอลเลย์บอลคืออะไร

การตบ (Spiking) คือทักษะการโจมตีเพื่อทำคะแนน โดยผู้เล่นจะกระโดดสูงให้แขนอยู่เหนือศีรษะ แล้วใช้ฝ่ามือตบลูกบอลให้พุ่งข้ามตาข่ายไปยังแดนของฝ่ายตรงข้าม เป็นทักษะที่ผู้เล่นส่วนใหญ่ชื่นชอบมากที่สุด เพราะเป็นจังหวะที่ตัดสินแต้มได้โดยตรง

หลักการสำคัญของการตบไม่ได้อยู่ที่ความรุนแรงเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่จังหวะการก้าวกระโดดเพื่อตบบอล การตบยังมีหลายรูปแบบ เช่น การตบบอลเร็ว การตบบอลหัวเสา การตบบอลกลาง และการตบจากแดนหลัง รวมถึงการหยอดบอลเบา ๆ ที่ทำคะแนนได้เช่นกัน ผู้เล่นจึงต้องเลือกใช้ให้เหมาะกับสถานการณ์

ตัวอย่างนักตบระดับทีมชาติไทยที่หลายคนคุ้นเคยคือ วิภาวี ศรีทอง หัวเสาทีมชาติไทยที่ขึ้นชื่อเรื่องการตบหนักและหลากหลายทิศทาง ซึ่งล้วนมาจากการฝึกพื้นฐานวิธีตบวอลเลย์บอลอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ

วิธีตบวอลเลย์บอลทีละขั้นตอน ตั้งแต่การเข้าตบจนถึงการลงพื้น

วิธีตบวอลเลย์บอลให้แม่นและแรง ตั้งแต่การเข้าตบจนถึงการลงพื้น สามารถแบ่งออกเป็น 5 จังหวะหลักที่เชื่อมต่อกันอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การวิ่งเข้าตบ การเตรียมกระโดด การกระโดดและเหวี่ยงแขน การสัมผัสลูกบอล และการลงพื้น ผู้เล่นมือใหม่ควรฝึกทีละจังหวะก่อนนำมารวมกัน

การวิ่งเข้าตบ (Approach)

การเข้าตบมีหลายแบบ เช่น แบบ 2 สเตป 3 สเตป และ 4 สเตป สำหรับผู้ตบด้วยมือขวา แบบ 3 สเตปที่นิยมสอนกันมากที่สุดจะเริ่มจากเท้าซ้ายนำก้าวสั้น ตามด้วยเท้าขวาก้าวยาว แล้วเท้าซ้ายรวบเข้าหาเท้าขวาพร้อมกระโดดขึ้น ผู้ตบมือซ้ายจะใช้ลำดับเท้าสลับกัน

ตารางด้านล่างสรุปลำดับการก้าวของการเข้าตบแต่ละแบบสำหรับผู้ตบมือขวา เพื่อให้เห็นความแตกต่างและเลือกฝึกได้ถูก

ตารางเปรียบเทียบการเข้าตบ

รูปแบบการเข้าตบลำดับการก้าว (ผู้ตบมือขวา)จุดเด่น
2 สเตปเท้าขวาก้าวยาว เท้าซ้ายรวบพร้อมกระโดดเข้าตบรวดเร็ว เหมาะกับลูกตบเร็วที่ต้องจับจังหวะสั้น
3 สเตปเท้าซ้ายก้าวสั้น เท้าขวาก้าวยาว เท้าซ้ายรวบพร้อมกระโดดจังหวะมาตรฐานที่ใช้กับการตบทั่วไป เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น
4 สเตปเท้าขวา เท้าซ้าย เท้าขวาก้าวยาว เท้าซ้ายรวบพร้อมกระโดดสะสมความเร็วและแรงส่งได้มาก เหมาะกับการวิ่งเข้าตบจากระยะไกล

ผู้เล่นมือใหม่ควรเริ่มฝึกจากแบบ 3 สเตปก่อน เพราะเป็นจังหวะพื้นฐานที่นำไปใช้ได้กับการตบแทบทุกรูปแบบ และค่อยขยับไปฝึกแบบอื่นเมื่อจังหวะเท้าเริ่มคล่อง

การเตรียมกระโดด

ก่อนกระโดดให้เตรียมตัวห่างจากจุดที่คาดว่าลูกบอลจะตกประมาณ 1 ฟุต เหวี่ยงแขนทั้งสองข้างไปด้านหลัง ถ่ายน้ำหนักตัวไปข้างหลัง และงอเข่าทั้งสองข้างลง ท่านี้เปรียบเสมือนการอัดสปริงเพื่อสร้างแรงส่งก่อนกระโดด

จังหวะกระโดดและการเหวี่ยงแขน

เมื่อเข้าสู่จังหวะกระโดด ให้เหวี่ยงแขนทั้งสองขึ้นมาด้านหน้าพร้อมกับถีบเท้าทั้งสองกระโดดลอยตัวขึ้นตรง ๆ แขนข้างที่ใช้ตบให้เงื้อไปด้านหลัง งอศอกเล็กน้อย แบมือกว้าง และต้องมองดูลูกบอลตลอดเวลาเพื่อให้จับจังหวะสัมผัสลูกได้แม่นยำ

การสัมผัสลูกบอลและการตบ

ในจังหวะที่จะตบ ให้กดไหล่ข้างตรงข้ามแขนที่ตบลง แล้วเหวี่ยงแขนตบลูกบอลโดยส่งแรงต่อเนื่องจากลำตัว ไหล่ ศอก ไปจนถึงข้อมือ ขณะสัมผัสลูกให้คว่ำฝ่ามือลงและกดข้อมือเพื่อบังคับทิศทาง ทำให้ลูกพุ่งลงแดนฝ่ายตรงข้ามอย่างรวดเร็ว

การลงพื้นอย่างถูกวิธี

หลังตบลูกแล้วให้ลงสู่พื้นด้วยเท้าทั้งสองข้างพร้อมกันในลักษณะย่อตัว งอเข่ารับแรงกระแทก ไม่แข้งกระด้างหรือลงพื้นด้วยเท้าข้างเดียว เพราะเสี่ยงต่อการบาดเจ็บที่ข้อเท้าและเข่า การลงพื้นที่ถูกวิธียังช่วยให้เตรียมรับลูกต่อเนื่องได้ทันที

สำหรับผู้ที่ฝึกซ้อมหนักเป็นประจำ การเลือกใช้อุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม เช่น สนับเข่าวอลเลย์บอล ที่รองรับการกระแทก จะช่วยลดความเสี่ยงการบาดเจ็บระหว่างการฝึกทั้งท่าตบและท่ารับบอล ควบคู่กับการอบอุ่นร่างกายก่อนฝึกทุกครั้ง

สรุปวิธีตบวอลเลย์บอลให้แม่นและแรงออกเป็น 5 ขั้นตอนสั้น ๆ ที่จำง่ายและนำไปฝึกได้ทันที ดังนี้

สรุป 5 ขั้นตอนการตบวอลเลย์บอล

  1. วิ่งเข้าตบ ด้วยจังหวะ 3 สเตป เท้าซ้ายนำก้าวสั้น เท้าขวาก้าวยาว แล้วเท้าซ้ายรวบพร้อมกระโดด (สำหรับผู้ตบมือขวา)
  2. เตรียมกระโดด ห่างจากจุดที่ลูกตกประมาณ 1 ฟุต เหวี่ยงแขนไปข้างหลัง งอเข่าถ่ายน้ำหนัก
  3. กระโดดและเหวี่ยงแขน ถีบเท้าทั้งสองลอยตัวขึ้นตรง ๆ เงื้อแขนตบไปข้างหลัง มองลูกตลอดเวลา
  4. ตบลูก ส่งแรงจากลำตัว ไหล่ ศอก ถึงข้อมือ พร้อมคว่ำฝ่ามือกดทิศทางลูก
  5. ลงพื้น ด้วยเท้าทั้งสองข้างพร้อมกันในท่าย่อตัว งอเข่ารับแรงกระแทก

เทคนิคเพิ่มความแม่นและความแรงในการตบ

เมื่อฝึก 5 จังหวะพื้นฐานจนคล่องแล้ว ขั้นต่อไปของวิธีตบวอลเลย์บอลให้แม่นและแรง ตั้งแต่การเข้าตบจนถึงการลงพื้น คือการเพิ่มคุณภาพของลูกตบ ซึ่งอาศัยรายละเอียดเล็ก ๆ ของร่างกายและการมองลูกมากกว่าการออกแรงเพียงอย่างเดียว

การตบให้แม่น

ความแม่นยำเริ่มจากการมองลูกบอลตลอดจังหวะการตบและเล็งจุดตกลูกก่อนเหวี่ยงแขน ตัวอย่างเช่น เล็งไปที่มุมสนามหรือช่องว่างหลังตัวบล็อก การคว่ำฝ่ามือและกดข้อมือในจังหวะสุดท้ายคือตัวกำหนดทิศทางของลูก จึงควรฝึกตบเล็งจุดเป้าหมายที่วางไว้ในสนามซ้ำ ๆ

การตบให้แรง

ความแรงของลูกตบไม่ได้มาจากแขนเพียงส่วนเดียว แต่เกิดจากการส่งแรงต่อเนื่องตั้งแต่การถีบกระโดด การบิดลำตัว การกดไหล่ ไปจนถึงการเหวี่ยงศอกและข้อมือในจังหวะเดียวกัน ผู้เล่นที่ตบแรงจึงมักเป็นผู้ที่จังหวะการเข้าตบและการกระโดดตรงกับจังหวะที่ลูกบอลลอยมาถึงพอดี

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยของนักตบมือใหม่

การรู้จักข้อผิดพลาดที่พบบ่อยช่วยให้การฝึกวิธีตบวอลเลย์บอลมีประสิทธิภาพมากขึ้น และป้องกันการฝึกท่าที่ผิดจนกลายเป็นนิสัยที่แก้ยาก ข้อผิดพลาดสำคัญมีดังนี้

  • วิ่งเข้าตบเร็วเกินไปจนกระโดดก่อนลูกบอลลอยมาถึงจุดสูงสุด
  • ยืนใกล้ตาข่ายเกินไป ทำให้ต้องตบลูกที่อยู่ด้านหลังศีรษะและเสียแรง
  • ลงพื้นด้วยเท้าข้างเดียวหรือเข่าเหยียดตรง เสี่ยงบาดเจ็บข้อเท้าและเข่า
  • ตบด้วยกำมือหรือไม่แบฝ่ามือ ทำให้ควบคุมทิศทางลูกไม่ได้

บทสรุป

วิธีตบวอลเลย์บอลที่ถูกหลักประกอบด้วย 5 จังหวะต่อเนื่องกัน คือ การวิ่งเข้าตบด้วยสเตปที่เหมาะสม การเตรียมกระโดดห่างจากจุดลูกตกประมาณ 1 ฟุต การกระโดดพร้อมเหวี่ยงแขนเงื้อตบ การสัมผัสลูกด้วยแรงส่งจากลำตัวถึงข้อมือพร้อมคว่ำฝ่ามือ และการลงพื้นด้วยเท้าทั้งสองข้างในท่าย่อตัว เมื่อฝึกทีละจังหวะอย่างสม่ำเสมอ ผู้เล่นจะค่อย ๆ พัฒนาจากการตบได้เป็นการตบที่แม่นและแรง และลดความเสี่ยงบาดเจ็บในระยะยาว

ผู้เขียนบทความ

น็อตเป็นคนที่ชื่นชอบกีฬาวอลเลย์บอลเป็นพิเศษ ติดตามการแข่งขันทั้งในประเทศไทยและลีกต่างประเทศอย่างสม่ำเสมอ สนุกกับการชมเกมและวิเคราะห์จังหวะการแข่งขัน รวมถึงชื่นชอบการลงสนามเล่นเองในเวลาว่าง เป็นคนกระตือรือร้น มีพลัง

目次